ประวัติ เวกัลตา เซนได ที่ถือเป็นอีกสโมสรที่เพิ่งจะขึ้นมาผงาดบนลีกสูงสุดระดับประเทศได้ไม่นาน

การเเข่งขันฟุตบอลเจลีกของเเดนซามูไรนั้นได้ชื่อว่าเป็นลีกที่เเข็งเเกร่งที่สุดในเอเซีย เเละมีหลายสโมสรที่ผลัดกันขึ้นมาโม่เเข้งบนลีกสูงสุดอย่างไม่ขาดสาย ไม่เว้นเเม้เเต่สโมสรอย่าง เวกัลตา เซนได ที่ถือเป็นอีกสโมสรที่เพิ่งจะขึ้นมาผงาดบนลีกสูงสุดระดับประเทศได้ไม่นาน โดยพวกเขาต้องพบกันฝันร้ายไปเมื่อครั้งเกิดเหตุสึนามิถล่มญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ.2011 เเต่ด้วยหัวใจที่เข้มเเข็งของทั้งเฟนบอลเเละเหล่านักเตะก็สามารถก้าวผ่านอุปสรรคนั้นไปได้เเละอยู่ในเจลีกต่อมาจนถึงทุกวันนี้
สำหรับ Vegalta Sendai นั้นก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1988 โดยบริษัทพลังงานชื่อดังอย่าง Tohoku Electric Power Co โดยเล่นอยู่ในลีกระดับล่างๆ อย่าง Tohoku Regional League ก่อนที่จะเข้าร่วมกับเจลีกในฤดูกาล 1995 เเละเล่นอยู่ในระดับ JFL ก่อนที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในเจทูเมื่อฤดูกาล 1999 ก่อนที่ในฤดูกาล 2002 เเละ 2003 พวกเขาจะได้โลดเล่นในเจลีกสมใจเเต่ก็เพียงเเค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นก็ต้องกลับไปอยู่เจทูกว่า 6 ฤดูกาลถึงจะกลับขึ้นมาในเจลีกได้ในฤดูกาล 2010 จนถึงปัจจุบัน

Vegalta Sendai
ผลงานของ เวกัลตา เซนได นั้นที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นการคว้าเเชมป์เจทูในฤดูกาล 2009 มาครองได้สำเร็จพร้อมกับการได้สิทธิ์เลื่อนชั้นมาสู่เจลีก เเละในฤดูกาล 2011 พวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นผลงานนับว่าสูงที่สุดตั้งเเต่ก่อตั้งสโมสรมาเลยทีเดียว ซึ่งปัจจัยที่ทำให้สามารถก้าวมาได้ถึงขนาดนี้ มีกูรูหลายๆ ท่านแจงว่าน่าจะมีจากพลังจิตใจภายในของทั้งนักเตะและแฟนบอลล้วนๆ เพราะในฤดูกาลนั้นเมืองเซนไดต้องเผชิญกับหายนะร้ายแรงจากสึนามินั่นเอง ส่วนผลงานในฟุตบอลถ้วยนั้นเรียกไก้ว่าเเทบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อาจจะเป็นเพราะพวกเขาไม่ใช่ทีมที่ใหญ่โตอะไรมากนัก ศักยภาพของทีมจึงอาจจะยังไม่ถึงการลุ้นเเชมป์เจลีกก็เป็นได้
ขุมกำลังของ Vegalta Sendai นั้น พวกเขามีนักเตะต่างชาติอย่าง Ryang Yong-Gi, Wilson เเละ Ramon Lopes นอกนั้นเป็นนักเตะเลือดซามูไรขนานเเท้อย่าง Shigeru Sakurai, Jiro Kamata, Kodai Watanabe, Koji Hachisuka, Naoki Ishikawa, Makoto Kakuda, Takuya Nozawa, Takayuki Nakahara, Yoshiaki Ota, Atsushi Yanagisawa, Hayato Sasaki, Norio Suzuki, Daniel Schmidt, Shingo Tomita, Yuki Muto, Kohei Hattanda,  Kentaro Seki, Hiroshi Futami, Shingo Akamine เเละ Naoki Sugai ถือว่าเป็นอีกทีมขนาดกลางๆ ที่ต้องคอยดูผลงานต่อไปว่าพวกเขาจะทำได้ดีขนาดไหน
สำหรับรังเหย้าของ เวกัลตา เซนได นั้นก็คือ Yurtec Stadium Sendai ที่มีความจุ 19,694 ที่นั่ง สร้างเสร็จเมื่อ ปี ค.ศ. 1997 โดยเมื่อก่อนนั้นเป้ฯรังเหย้าของทีมอย่าง Sony Sendai F.C. ก่อนที่ทาง เวกัลตา เซนได จะเข้ามาใช้เป็นรังเหย้าของทีม โดยในปี ค.ศ.2011 สนามเเห่งนี้ได้รับผลกระทบจากการเกิดสึนามิอยู่พอสมควรจนต้องมีการปรับปรุงใหม่เเละสามารถใช้งานได้เป็นปกติดังเดิม

ประวัติ Vissel Kobe ( วิสเซล โกเบ ) แห่งจังหวัดโอคายาม่า

การเเข่งขันฟุตบอลเจลีกของเเดนอาทิตย์นั้นได้ชื่อว่าเป็นลีกฟุตบอลที่เเข็งเเกร่งที่สุดในเอเซีย เเละมีมาตรฐานเเละรูปเเบบที่หลายๆ ชาติเอาเป็นตัวอย่างในการพัฒนา เเละหลายสโมสรของเจลีกก็ถือว่ามีการพัฒนาการที่น่าสนใจอย่างสโมสร วิสเซล โกเบ ก็ถือเป็นสโมสรที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงเเม้ว่าจะยังไม่มีความสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างก็ตามที เเต่ก็ได้รับการยอมรับจากสโมสรชลบุรี เอฟซี ทีมดังในเมืองไทยที่ร่วมเป็นพันธมิตรกัน

Vissel Kobe
สำหรับประวัติของ Vissel Kobe นั้นก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1966 ในชื่อว่า Kawasaki Steel Soccer Club ซึ่งเริ่มเเรกนั้นตั้งอยู่ที่ คูราชิกิ ในจังหวัดโอคายาม่า ก่อนที่จะได้รับการโปรโมทให้เข้ามาเล่นใน Japan Soccer League Division 2 เมื่อฤดูกาล 1986 จนกระทั้งเปลี่ยนระบบลีกมาเป็นเจลีก เเละพวกเขาก็ยังคงเล่นอยู่ในเจทู จนกระทั่งในปี ค.ศ.1994 ทางเมืองโกเบได้บรรลุข้อตกลงกับทาง Kawasaki Steel ในการย้ายทีมไปที่เมืองโกเบ ตอนใต้ของญี่ปุ่น เเละเปลี่ยนชื่อทีมใหม่เป็น วิสเซล โกเบ ก่อนที่ในฤดูกาล 1997 พวกเขาจะสามารถก้าวขึ้นมาสู่เจลีกได้สำเร็จ ก่อนที่จะตกไปสู่เจทูอีกครั้งเมื่อฤดูกาล 2006 เเต่ก็สามารถกลับขึ้นมาสู่เจลีกได้เพียงเเค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น เเละหล่นไปเจทูอีกครั้งเมื่อฤดูกาล 2013 ก่อนที่จะคว้าอันดับที่สองในเจทูเเละกลับมาสู่เจลีกได้อีกครั้งเป็นผลสำเร็จ
สำหรับทีมอย่าง วิสเซล โกเบ  เเล้วพวกเขายังไม่สามารถจะคว้าเเชมป์ใดๆ มาประดับสโมสรได้เลย เคยทำอันดับในลีกได้ดีที่สุดสำหรับเจลีกนั้นอยู่ในอันดับที่ 9 ส่วนเจทูนั้นคว้ารองเเชมป์มาเมื่อฤดูกาล 2013 ส่วนผลงานในฟุตบอลถ้วยนั้นก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เคยไปได้ไกลที่สุดในรองรองชนะเลิศของถ้วย Emperor’s Cup 1 ครั้งเท่านั้น ถือว่าพวกเขาคงต้องควานหาความสำเร็จต่อไป
โดยชุมกำลังของ Vissel Kobe นั้นถือเป็นผู้เล่นในระดับที่ยังเป็นรองทุกทีมในเจลีกเเม้จะมีนักเตะต่างชาติอย่าง Fabio Simplicio, Pedro Junior, Jung Woo-Young, Marquinhos เเละ Kim Yong-Bo เเต่ก็ยังด้อยกว่าทีมอื่นๆ อยู่ดี ส่วนผู้เล่นชาวญี่ปุ่นนั้นก็มีนักเตะอย่าง Shunki Takahashi, Takahito Soma, Kunie Kitamoto, Hiroyuki Komoto, Daisuke Ishizu, Ryota Morioka, Yuzo Tashiro, Keijiro Ogawa, Takahiro Masukawa, Tsubasa Oya, Ryo Matsumura, Takuya Iwanami, Kyohei Sugiura, Hiroto Mogi, Kaito Yamamoto, Takuma Edamura,  Ryo Okui, Hideo Hashimoto เเละ Kenshin Yoshimaru ก็ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว เเต่ก็ไม่รู้ว่าศักยภาพจะทำให้พวกเขาสามารถเอาตัวรอดไปได้หรือไม่ในเจลีก ที่ขึ้นว่าหินสุดๆ
สำหรับรังเหย้าของ วิสเซล โกเบ นั้นพวกเขาใช้สนามอย่าง Kobe City Misaki Park Stadium หรือที่จะเรียกกันว่า Kobe Wing Stadium ที่มีความจุ 30,132 ที่นั่ง โดยเป็นสนามที่ทันสมัยเเละมีหลังคาทั้งสี่ด้านของสนาม อีกทั้งยังเคยใช้เป็นสนามหลักอีกเเห่งในการจัดการเเเข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ญี่ปุ่นเเละเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกันอีกด้วย

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Vissel Kobe, วิสเซล โกเบ

โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส สุดยอดทีมแห่งเจลีก ประวัติความเป็นมาของสโมสร

สำหรับการเเข่งขันฟุตบอลเจลีก ของเเดนปลาดิบเเล้ว เรียกว่าโหดหินสำหรับทุกสโมสรเลยก็ว่าได้

Yokohama F. Marinosเเต่มีอยู่ไม่กี่สโมสรเท่านั้นที่จะมีประวัติที่เรียกว่ายอดเยี่ยมไม่เคยตกชั้นเลยเเม้เเต่ครั้งเดียวตั้งเเต่ก่อตั้งเจลีก ซึ่งหนึ่งในสโมสรนั้นก็คือ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่เเฟนบอลเจลีกในเมืองไทยน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นชื่อที่คุ้นหูมานานตั้งเเต่เจลีกยังไม่โด่งดังมานัก เเละด้วยมาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวาทำให้พวกเขาสามารถรักษาสถิติในการร่วมการเเข่งขันเจลีกเอาไว้ได้เเทบทุกฤดูกาล สำหรับ Yokohama F. Marinos นั้นก่อตั้งในปี ค.ศ.1972 ในนามของ Nissan Motors F.C. ซึ่งเป็นรูปเเบบเฉพาะของเจลีกที่ในสมัยนั้นเเทบจะทุกทีมจะเริ่มจากการเป็นทีมฟุตบอลของบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศ โดยเริ่มเเรกนั้นตั้งอยู่ที่เมืองโยโกฮาม่า เเละได้เข้าร่วมการเเข่งขัน Japan Soccer League Division 2 ในปี ค.ศ.1976 ต่อมาในปี ค.ศ. 1991 พวกเขาเป็นหนึ่งในสโมสรที่ร่วมก่อตั้งเจลีกขึ้นมา เเละในฤดูกาล 1993 พวกเขาก็เริ่มต้นบนลีกสูงสุดอย่างเจลีก ในชื่อว่า Yokohama Fl?gels ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในเวลาต่อมา โดย F ที่ย่อนั้นก็หมายถึง Fl?gels นั่นเอง ตลอดเส้นทางบนลีกสูงสุดพวกเขาพบกับความสำเร็จมากมายจนเป็นอีกทีมที่ถือว่าเป็นระดับทีอปของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นอย่างเเท้จริง โดยผลงานของ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส นั้นเรียกว่าน่าสนใจมาเลยทีเดียว เพราะว่าพวกเขาสามารถคว้าเเชมป์เจลีกมาได้ 3 ครั้งด้วยกันเเละเป็นรองเเชมป์อีก 3 ครั้ง นอกจากนี้จบฤดูกาลด้วยอันดับเลขสองตัวเพียงเเค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น ส่วนในฟุตบอลถ้วยนั้นพวกเขาทำผลงานได้อย่างดีสามารถคว้าเเชมป์ เจลีกคัพ ได้ 1 ครั้ง เเละเเชมป์ Emperor’s Cup อีก 2 ครั้ง ส่วนในเวทีของเอเซียนั้นพวกคว้าเเชมป์ Asian Cup Winners’ Cup 2 ครั้งติดต่อกันคือในฤดูกาล 1992 เเละ 1993 นอกจากนี้ในการเเข่งขัน เอเอฟซีเเชมป์เปี้ยนลีก สามารถเข้าเเข่งขันในรอบเเบ่งกลุ่มได้ถึง 4 ครั้งด้วยกัน เเต่ตกรอบนี้ตลอด นับว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวสำหรับทีมนี้ ส่วนขุมกำลังของ Yokohama F. Marinos นั้นมีนักเตะต่างชาติเพียงเเค่ 2 รายเท่านั้นโดยเป็นผู้เล่นจากบราซิลทั้งคู่ คือ Fabio เเละ Rafinha นอกจากนั้นจะเป็นผู้เล่นชาวญี่ปุ่นล้วนๆ โดยมีศูนย์หน้าทีมชาติญี่ปุ่นอย่าง Manabu Saito อยู่ด้วย นอกจากนั้นก็ยังมี Tetsuya Enomoto, Yuzo Kurihara, Sh?hei Ogura, Shing? Hy?d?, Kosuke Nakamachi, Takuro Yajima, Shunsuke Nakamura, Yuzo Kobayashi, Sho Ito, Jin Hanato, Yoshihito Fujita, Y?hei Sat?, Hiroki Iikura, Yuji Nakazawa, Takumi Shimohira, Yuta Narawa, Jungo Fujimoto, Yuta Mikado เเละ Seitaro Tomisawa นับว่าเป็นอีกทีมที่มีขุมกำลังนักเตะที่น่าเกรงขามเป้นอย่างยิ่ง สำหรับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เเล้วพวกเขามีรังเหย้าอย่าง Nissan Stadium ที่มีความจุมากถึง 72,327 ที่นั่ง โดยเป็นสนามที่ใช้ในการจัดการเเข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติมาเเล้วอย่างมากมาย โดยมันตั้งอยู่ที่ เมืองโยโกฮาม่า ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวเท่าใดนัก ถือว่าเป้ฯสนามที่มีความทันสมัยมากที่สุดอีกเเห่งของเจลีก เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Yokohama F. Marinos, โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส

ประวัติสโมสร Albirex Niigata ( อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ) แห่งเจลีก

การเเข่งขันฟุตบอลเจลีกของญี่ปุ่นนั้นเรียกว่ามีหลากหลายสโมสรที่เบียดกันขึ้นมาบนลีกสูงสุดนี้ เเต่ก็มีอีกหลายๆ สโมสรที่กว่าจะก้าวขึ้นมาได้ก็ต้องใช้เวลาเเละประสบการณ์อย่างมากมาย รวมทั้งสโมสรอย่าง อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ที่กว่าจะผงาดขึ้นมาบนลีกสูงสุดของเเดนปลาดิบได้ก็เป็นเวลานานเลยทีเดียว เเต่สำหรับเเฟนบอลชาวไทยอาจจะคุ้นๆ กับชื่อสโมสรนี้กันเป็นอย่างดี ก็เพราะเขามีสาขาทั้งในเอสลีกของสิงคโปร์ เเละในกัมพูชาอีกด้วย เรียกว่าเป็นสโมสรที่มาเเปลกเเหวกเเนวจริงๆ
สำหรับ Albirex Niigata นั้นก่อตั้งในปี ค.ศ. 1955 ภายใต้ชื่อว่า Niigata Eleven SC โดยโลดเล่นอยู่ในลีกระดับล่างเสียเป็นส่วนใหญ่ เเละในช่วงของทศวรรษที่ 90 พวกเขาเข้าร่วมการเเข่งขัน Japan Soccer League เเละในปี ค.ศ. 1995 พวกเขาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Albireo Niigata FC เเต่ก็ใช้ชื่อนี้อยู่ได้เเค่ 2 ปี ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็น Albirex Niigata เพราะปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์ เเละหลังจากนั้นในฤดูกาล 1998 พวกเขาก็เข้าเเข่งในระดับเจทูได้สำเร็จ เเละวนเวียนอยู่ในลีกรองของเเดนปลาดิบกว่า 5 ฤดูกาลจนในฤดูกาลที่ 2003 พวกเขาสามารถคว้ารองเเชมป์เจทู ได้ชึ้นมาวาดลวดลายตั้งเเต่ฤดูกาล 2004 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
สำหรับผลงานของ อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ นั้นถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย อาจจะเนื่องมาจากการเป็นทีมขนาดกลางๆ เเละมีการเล่นเเบบประคองตัวให้อยู่รอดในเจลีกเท่านั้นเอง เเต่พวกเขาก็เคยได้เเชมป์รายการเล็กๆ อย่าง Hokushinetsu Football League มา 3 ครั้งด้วยกัน เเละที่ดีที่สุดก็คงเป็นรองเเชมป์เจทูในฤดูกาล 2003 จนได้สิทธิ์ได้ขึ้นมาเล่นในเจลีก นั่นคงเป็นผลงานที่พอจะพูดถึงได้
ส่วนขุมกำลังของ Albirex Niigata นั้น พวกมีผู้เล่นต่างชาติหลายรายทั้ง Michael Fitzgerald, L?o Silva, Song Ju-Hun, Lee Myung-Jae เเละ Rafael Silva ในส่วนของผู้เล่นญี่ปุ่นนั้นก็อุดมไปด้วยผู้เล่นอย่าง Takaya Kurokawa, Kazunari Ono, Kentaro Ohi, Yuki Kobayashi, Tatsuya Tanaka, Atomu Tanaka, Masaru Kato, Hideya Okamoto, Sho Naruoka, Kosuke Yamamoto,  Naoki Kawaguchi, Kei Koizumi, Goson Sakai, Ken Matsubara  เเละ Musashi Suzuki ก็ถือว่าเป็นทีมที่มีผู้เล่นในระดับกลางๆ ไม่ได้หวือหวาอะไรมากมายนัก
สำหรับรังเหย้าของ อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ นั้นก็คือสนาม Denka Big Swan Stadium ที่มีความจุ 42,300 ที่นั่ง เเละตั้งอยู่ในเมืองนิงาตะ สนามเเห่งนี้ถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2001 เเละถูกใช้เป็นสนามเเข่งขันในฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ญี่ปุ่นเเละเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ในรอบเเบ่งกลุ่ม ถือเป็นสนามที่สวยงามเเละมีความทันสมัยอีกเเห่งหนึ่งของเจลีก

Albirex Niigata

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Albirex Niigata, อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ

ทีม sbobet สนันสนุนข้อมูลและรายงาน

ความเป็นมาของ สโมสรนาโกย่า แกรมปัส เอด ( Nagoya Grampus )

Nagoya Grampus        เจลีก ถือเป็นลีกฟุตบอลที่มีความเเข็งเเกร่งมากที่สุดอีกลีกของโลกเลยทีเดียว เเละคงจะมีไม่กี่สโมสรที่สามารถยืนหยัดอยู่บนลีกเเห่งนี้ได้มาอย่างยาวนานตลอดตั้งเเต่เจลีกก่อตั้งขึ้นมา เเต่สำหรับสโมสรอย่าง นาโกย่า แกรมปัส เอด เเล้วพวกเขาสามารถยืนหยัดอยู่บนลีกสูงสุดเเดนซามูไรมาได้ตั้งเเต่ต้นเลยทีเดียว พร้อมกับทั้งสร้างประวัติศาสตร์ไว้อย่างมากมาย เเละเป็นอีกสโมสรที่มีบุคคลดังในเเวดงวงฟุตบอลเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมากมาย
โดย Nagoya Grampus ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1939 โดยใช้ชื่อว่า Toyota Motor S.C ซึ่งเจ้าของทีมก็คือกลุ่มโตโยต้านั่นเอง พวกเขาเริ่มลงทำการเเข่งขันในฟุตบอลกึ่งอาชีพของญี่ปุ่นเรื่อยมา จนเจลีกก่อตั้งขึ้น เเละพวกเขาสามารถเพลย์ออฟเข้ามาเล่นเจลีกได้ตั้งเเต่ฤดูกาล 1993 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยชื่อของ นาโกย่า แกรมปัส เอด นั้นมีความหมายถึงปลาวาฬสีทอง โดยเป็นสัญลักษณ์ของปราสาทนาโกย่าอีกด้วย เเละทีมก็เอามาใช้เป็นโลโก้ของทีมจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ อาร์เเซน เวนเกอร์ กุนซือของอาร์เซนอล ก็เคยเป็นผู้จัดการทีมของ นาโกย่า แกรมปัส เอด ในระหว่างปี ค.ศ.1995-1996 อีกด้วย ซึ่งภายใต้ยุคของกุนซือมาดโปรเพสเซอร์นั้นก็ทำให้ทีมกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
สำหรับผลงานของ นาโกย่า แกรมปัส เอด นั้นพวกเขาเคยคว้าแชมป์เจลีกมาเเล้ว 1 ครั้งในฤดูกาล 2010 เเละสำหรับฟุตบอลถ้วยพวกเขาเคยคว้าเเชมป์ Emperor’s Cup 2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งเเรกในฤดูกาล 1995 ซึ่งเป็นช่วงที่อาร์เเซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีม เเละในฤดูกาล 1999 อีกครั้ง นอกจากนี้ยังเคยคว้าเเชมป์ Japanese Super Cup อีก 2 ครั้ง ส่วนผลงานในระดับทวีปนั้นพวกเขาเคยทะลุผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในถ้วย Asian Cup Winners’ Cup มาเเล้ว 1 ครั้งจากการเขาร่วมการเเข่งขัน 2 ครั้งด้วยกัน เเละผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในเอเอฟซี เเชมป์เปี้ยนลีก 1 ครั้ง เเละผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอีก 2 ครั้งด้วยกัน นับว่าพวกเขาเป็นขาประจำอีกทีมของฟุตบอลในระดับทวีป
นอกจากนี้เเล้ว Nagoya Grampus เคยมีศูนย์หน้าระดับตำนานทีมชาติอังกฤษอย่าง Gary Lineker  มาค้าเเข้งอยู่ด้วย โดยปัจจุบันพวกเขามีนักเตะต่างชาติอย่าง R?gis, D?nilson, Joshua Kennedy, Leandro Domingues เเละ Gustavo พร้อมด้วยผู้เล่นสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Seigo Narazaki, Shun Obu, Yusuke Muta, Tulio Tanaka, Ryosuke Tone, Naoshi Nakamura, Ryunosuke Noda, Yoshizumi Ogawa, Keiji Tamada, Ryota Isomura, Ryota Tanabe, Yuki Honda, Riki Matsuda, Kisho Yano, Asahi Yada, Tomoya Koyamatsu, Ryota Aoki, Nikki Havenaar, Reo Mochizuki, Yuto Mori, Koki Sugimori เเละ Taishi Taguchi ถือว่าน่าสนใจในทุกตำเเหน่งเลยทีเดียว
โดย นาโกย่า แกรมปัส เอด นั้นมีรังเหย้าคือ Toyota Stadium ที่มีความจุกว่า 45,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า เเละเคยเป็นสนามที่ใช้จัดการเเข่งขันฟุตบอลระดับโลกมาเเล้วหลายรายการ อย่าง  FIFA Club World Cup เป็นต้น สนามเเห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 2001 ถือเป็นอีกสนามของเจลีกที่มีความทันสมัยเเละสะดวกสบายต่อเเฟนบอลที่เข้าชมเกมส์ในสนามเป็นอย่างมาก

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Nagoya Grampus, นาโกย่า แกรมปัส เอด

ขอขอบคุณการสนับสนุนจาก  https://sbothai.com

ประวัติสโมสร เวกัลตา เซนได ( Vegalta Sendai ) และความเป็นมา

เจลีก ถือเป็นลีกฟุตบอลที่มีความเเข็งเเกร่งมากที่สุดอีกลีกของโลกเลยทีเดียว เเละคงจะมีไม่กี่สโมสรที่สามารถยืนหยัดอยู่บนลีกเเห่งนี้ได้มาอย่างยาวนานตลอดตั้งเเต่เจลีกก่อตั้งขึ้นมา เเต่สำหรับสโมสรอย่าง นาโกย่า แกรมปัส เอด เเล้วพวกเขาสามารถยืนหยัดอยู่บนลีกสูงสุดเเดนซามูไรมาได้ตั้งเเต่ต้นเลยทีเดียว พร้อมกับทั้งสร้างประวัติศาสตร์ไว้อย่างมากมาย เเละเป็นอีกสโมสรที่มีบุคคลดังในเเวดงวงฟุตบอลเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมากมาย

Nagoya Grampus
โดย Nagoya Grampus ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1939 โดยใช้ชื่อว่า Toyota Motor S.C ซึ่งเจ้าของทีมก็คือกลุ่มโตโยต้านั่นเอง พวกเขาเริ่มลงทำการเเข่งขันในฟุตบอลกึ่งอาชีพของญี่ปุ่นเรื่อยมา จนเจลีกก่อตั้งขึ้น เเละพวกเขาสามารถเพลย์ออฟเข้ามาเล่นเจลีกได้ตั้งเเต่ฤดูกาล 1993 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยชื่อของ นาโกย่า แกรมปัส เอด นั้นมีความหมายถึงปลาวาฬสีทอง โดยเป็นสัญลักษณ์ของปราสาทนาโกย่าอีกด้วย เเละทีมก็เอามาใช้เป็นโลโก้ของทีมจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ อาร์เเซน เวนเกอร์ กุนซือของอาร์เซนอล ก็เคยเป็นผู้จัดการทีมของ นาโกย่า แกรมปัส เอด ในระหว่างปี ค.ศ.1995-1996 อีกด้วย ซึ่งภายใต้ยุคของกุนซือมาดโปรเพสเซอร์นั้นก็ทำให้ทีมกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลญี่ปุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว
สำหรับผลงานของ นาโกย่า แกรมปัส เอด นั้นพวกเขาเคยคว้าแชมป์เจลีกมาเเล้ว 1 ครั้งในฤดูกาล 2010 เเละสำหรับฟุตบอลถ้วยพวกเขาเคยคว้าเเชมป์ Emperor’s Cup 2 ครั้งด้วยกัน โดยครั้งเเรกในฤดูกาล 1995 ซึ่งเป็นช่วงที่อาร์เเซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีม เเละในฤดูกาล 1999 อีกครั้ง นอกจากนี้ยังเคยคว้าเเชมป์ Japanese Super Cup อีก 2 ครั้ง ส่วนผลงานในระดับทวีปนั้นพวกเขาเคยทะลุผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในถ้วย Asian Cup Winners’ Cup มาเเล้ว 1 ครั้งจากการเขาร่วมการเเข่งขัน 2 ครั้งด้วยกัน เเละผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในเอเอฟซี เเชมป์เปี้ยนลีก 1 ครั้ง เเละผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอีก 2 ครั้งด้วยกัน นับว่าพวกเขาเป็นขาประจำอีกทีมของฟุตบอลในระดับทวีป
นอกจากนี้เเล้ว Nagoya Grampus เคยมีศูนย์หน้าระดับตำนานทีมชาติอังกฤษอย่าง Gary Lineker  มาค้าเเข้งอยู่ด้วย โดยปัจจุบันพวกเขามีนักเตะต่างชาติอย่าง R?gis, D?nilson, Joshua Kennedy, Leandro Domingues เเละ Gustavo พร้อมด้วยผู้เล่นสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Seigo Narazaki, Shun Obu, Yusuke Muta, Tulio Tanaka, Ryosuke Tone, Naoshi Nakamura, Ryunosuke Noda, Yoshizumi Ogawa, Keiji Tamada, Ryota Isomura, Ryota Tanabe, Yuki Honda, Riki Matsuda, Kisho Yano, Asahi Yada, Tomoya Koyamatsu, Ryota Aoki, Nikki Havenaar, Reo Mochizuki, Yuto Mori, Koki Sugimori เเละ Taishi Taguchi ถือว่าน่าสนใจในทุกตำเเหน่งเลยทีเดียว
โดย นาโกย่า แกรมปัส เอด นั้นมีรังเหย้าคือ Toyota Stadium ที่มีความจุกว่า 45,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ในเมืองนาโกย่า เเละเคยเป็นสนามที่ใช้จัดการเเข่งขันฟุตบอลระดับโลกมาเเล้วหลายรายการ อย่าง  FIFA Club World Cup เป็นต้น สนามเเห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 2001 ถือเป็นอีกสนามของเจลีกที่มีความทันสมัยเเละสะดวกสบายต่อเเฟนบอลที่เข้าชมเกมส์ในสนามเป็นอย่างมาก

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Nagoya Grampus, นาโกย่า แกรมปัส เอด

สโมสร เวกัลตา เซนได ( Vegalta Sendai ) ประวัติและความเป็นมา

การเเข่งขันฟุตบอลเจลีกของเเดนซามูไรนั้นได้ชื่อว่าเป็นลีกที่เเข็งเเกร่งที่สุดในเอเซีย เเละมีหลายสโมสรที่ผลัดกันขึ้นมาโม่เเข้งบนลีกสูงสุดอย่างไม่ขาดสาย ไม่เว้นเเม้เเต่สโมสรอย่าง เวกัลตา เซนได ที่ถือเป็นอีกสโมสรที่เพิ่งจะขึ้นมาผงาดบนลีกสูงสุดระดับประเทศได้ไม่นาน โดยพวกเขาต้องพบกันฝันร้ายไปเมื่อครั้งเกิดเหตุสึนามิถล่มญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ.2011 เเต่ด้วยหัวใจที่เข้มเเข็งของทั้งเฟนบอลเเละเหล่านักเตะก็สามารถก้าวผ่านอุปสรรคนั้นไปได้เเละอยู่ในเจลีกต่อมาจนถึงทุกวันนี้

Vegalta Sendai
สำหรับ Vegalta Sendai นั้นก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1988 โดยบริษัทพลังงานชื่อดังอย่าง Tohoku Electric Power Co โดยเล่นอยู่ในลีกระดับล่างๆ อย่าง Tohoku Regional League ก่อนที่จะเข้าร่วมกับเจลีกในฤดูกาล 1995 เเละเล่นอยู่ในระดับ JFL ก่อนที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในเจทูเมื่อฤดูกาล 1999 ก่อนที่ในฤดูกาล 2002 เเละ 2003 พวกเขาจะได้โลดเล่นในเจลีกสมใจเเต่ก็เพียงเเค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นก็ต้องกลับไปอยู่เจทูกว่า 6 ฤดูกาลถึงจะกลับขึ้นมาในเจลีกได้ในฤดูกาล 2010 จนถึงปัจจุบัน
ผลงานของ เวกัลตา เซนได นั้นที่ดีที่สุดก็น่าจะเป็นการคว้าเเชมป์เจทูในฤดูกาล 2009 มาครองได้สำเร็จพร้อมกับการได้สิทธิ์เลื่อนชั้นมาสู่เจลีก เเละในฤดูกาล 2011 พวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 ซึ่งเป็นผลงานนับว่าสูงที่สุดตั้งเเต่ก่อตั้งสโมสรมาเลยทีเดียว ซึ่งปัจจัยที่ทำให้สามารถก้าวมาได้ถึงขนาดนี้ มีกูรูหลายๆ ท่านแจงว่าน่าจะมีจากพลังจิตใจภายในของทั้งนักเตะและแฟนบอลล้วนๆ เพราะในฤดูกาลนั้นเมืองเซนไดต้องเผชิญกับหายนะร้ายแรงจากสึนามินั่นเอง ส่วนผลงานในฟุตบอลถ้วยนั้นเรียกไก้ว่าเเทบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อาจจะเป็นเพราะพวกเขาไม่ใช่ทีมที่ใหญ่โตอะไรมากนัก ศักยภาพของทีมจึงอาจจะยังไม่ถึงการลุ้นเเชมป์เจลีกก็เป็นได้
ขุมกำลังของ Vegalta Sendai นั้น พวกเขามีนักเตะต่างชาติอย่าง Ryang Yong-Gi, Wilson เเละ Ramon Lopes นอกนั้นเป็นนักเตะเลือดซามูไรขนานเเท้อย่าง Shigeru Sakurai, Jiro Kamata, Kodai Watanabe, Koji Hachisuka, Naoki Ishikawa, Makoto Kakuda, Takuya Nozawa, Takayuki Nakahara, Yoshiaki Ota, Atsushi Yanagisawa, Hayato Sasaki, Norio Suzuki, Daniel Schmidt, Shingo Tomita, Yuki Muto, Kohei Hattanda,  Kentaro Seki, Hiroshi Futami, Shingo Akamine เเละ Naoki Sugai ถือว่าเป็นอีกทีมขนาดกลางๆ ที่ต้องคอยดูผลงานต่อไปว่าพวกเขาจะทำได้ดีขนาดไหน
สำหรับรังเหย้าของ เวกัลตา เซนได นั้นก็คือ Yurtec Stadium Sendai ที่มีความจุ 19,694 ที่นั่ง สร้างเสร็จเมื่อ ปี ค.ศ. 1997 โดยเมื่อก่อนนั้นเป้ฯรังเหย้าของทีมอย่าง Sony Sendai F.C. ก่อนที่ทาง เวกัลตา เซนได จะเข้ามาใช้เป็นรังเหย้าของทีม โดยในปี ค.ศ.2011 สนามเเห่งนี้ได้รับผลกระทบจากการเกิดสึนามิอยู่พอสมควรจนต้องมีการปรับปรุงใหม่เเละสามารถใช้งานได้เป็นปกติดังเดิม

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Vegalta Sendai, เวกัลตา เซนได

สโมสรฟุตบอล Omiya Ardija ( โอมิยะ อาร์ติย่า ) สโมสรเล็ก ๆ ที่เกือบสร้างประวัติศาสตร์ เจลีก

ฟุตบอลลีกของทั่วโลกก็มักจะมีสโมสรที่เป็นสโมสรระดับทีอปกับสโมสรธรรมดาๆ เเต่สำหรับเจลีกเเล้วเสน่ห์อีกอย่างที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือการที่สโมสรเล็กๆ ก็อาจจะก้าวไปลุ้มเเชมป์กับเขาได้เหมือนกัน โดยสโมสรอย่าง โอมิยะ อาร์ติย่า ก็หวังเเบบนี้อยู่เหมือนกัน เพราะถือว่าเป็นอีกสโมสรที่เพิ่งจะมาเล่นอยู่บนเจลีกได้ไม่นานมานี้เอง เเต่ก็สามารถรอดจากการตกชั้นไปได้หลายฤดูกาลเเล้ว ก็ต้องถือว่ามีดีพอตัวเลยทีเดียว

Omiya Ardija
สำหรับ Omiya Ardija นั้นก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1964 ในชื่อว่า NTT Saitama Soccer โดยมีฐานที่มั่นอยู่ที่จังหวัดไซตามะ ก่อนที่ต่อมาในปี ค.ศ.1969 พวกเขาจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น NTT Kant? Soccer Club  เเละในปี ค.ศ. 1987 ก็เป็นครั้งเเรกที่เข้าร่วมการเเข่งขัน Japan Soccer League Second Division เเละในปี ค.ศ. 1998 พวกเขามาลงหลักปักฐานที่ โอมิยะ เเต่ก็ยังอยู่ในจังหวัดไซตามะเช่นเดิม เเละจากผลวานที่ดีทำให้ในฤดูกาล 1999 พวกเขาได้ขึ้นมาเล่นในเจทู ก่อนจะใช้เวลานานกว่า 6 ฤดูกาล ก็สามารถขึ้นมาเล่นในเจลีกได้สำเร็จ เมื่อฤดูกาล 2005 เเละไม่เคยตกชั้นไปอีกเลย โดยคำว่า Ardija ที่เป็นฉายาของทีมนั้นในภาษาสเปนจะเเปลว่ากระรอก ซึ่งก็คือหนึ่งในโลโก้ของทีมอีกด้วย นอกจากนี้เเล้วพวกเขาก็เพื่อนร่วมจังหวัดไซตามะเป็นยอดทีมอย่าง อูราวะ เรด ไดมอนส์  ซึ่งก็จะมี ไซตามะดาร์บีเเมทช์ อยู่ในช่วงหลังหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา
ผลงานของ โอมิยะ อาร์ติย่า นั้นเรียกว่าตั้งเเต่พวกเขาขึ้นมาเล่นในเจลีกนั้น ทุกฤดูกาลที่ผ่านมาต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นมาโดยตลอด เเละก็สามารถรอดมาได้ทุกฤดูกาล โดยอันดับในตารางนั้นยังไม่เคยจบฤดูกาลด้วยเลขตัวเดียวเลยเเม้เเต่ครั้งเดียว ส่วนในรายการฟุตบอลถ้วยนั้นก็ตกรอบอยู่เป็นประจำ
ทางด้ายผู้เล่นของ Omiya Ardija นั้น พวกเขามีผู้เล่นต่างชาติอย่าง Carlinhos Paraiba, Dragan Mr?a, Zlatan Ljubijanki?, Cho Won-Hee เเละ Mateus โดยมีผู้เล่นญี่ปุ่นอย่าง Takashi Kitano, Kosuke Kikuchi,  Shunsuke Fukuda, Koji Hashimoto, Daigo Watanabe, Hokuto Nakamura, Keisuke Oyama, Shohei Takahashi, Tomonobu Yokoyama, Koji Ezumi, Takuya Wada, Shin Kanazawa, Yuko Takase, Tomoki Imai, Takamitsu Tomiyama, Yuta Fujii, Daisuke Watabe, Keiki Shimizu, Yu Hasegawa เเละ Yosuke Kataoka ถือคงจะเป็นงานยากอีกเช่นเคยสำหรับ โอมิยะ อาร์ติย่า  ในการดิ้นรนหนีการตกชั้น
สำหรับรังเหย้าของ โอมิยะ อาร์ติย่า  นั้น พวกเขาใช้สนาม NACK5 Stadium Omiya ตั้งเเต่ฤดูกาล 2007 เป็นต้นมาโดยสนามเเห่งนี้มีความจุ 15,500 ที่นั่ง สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1960 เเละเคยใช้ในการจัดการเเข่งขันกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี ค.ศ. 1964 ซึ่งสนามเเห่งนี้มีจะมีอายุการใช้งานนานเเล้วเเต่ก็ได้รับการปรับปรุงไปเมื่อช่วงปี ค.ศ.2006-2007 จึงนับได้ว่ามีความทันสมัยเเละสวยงามอีกสนามหนึ่งในเจลีก เเละถือเป็นสนามกลางเเจ้งที่เหลือไม่กี่สนามเเล้วอีกด้วย

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Omiya Ardija, โอมิยะ อาร์ติย่า

ประวัติสโมสรฟุตบอล Ventforet Kofu ( เวนท์ฟอเรท โกฟุ )

Ventforet Kofu
Ventforet Kofu

สโมสรในการเเข่งขันเจลีกส่วนใหญ่เเล้วจะมีที่มาจากการเป็นสโมสรที่บริษัทใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา ก่อนที่จะมีการพัฒนามาเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพเเบบเต็มตัวอย่างที่เราเห็นๆ กันอยู่ในทุกวันนี้ เเต่ก็มีบางสโมสรที่เเหวกเเนวไปจากขนบธรรมเนียมเเบบญี่ปุ่น เเละมีความสามารถในการก้าวสู่เจลีกได้อีกด้วย เเน่นอนเลยว่าเรากำลังจะกล่าวถึงสโมสรอย่าง เวนท์ฟอเรท โกฟุ ที่สามารถก้าวขึ้นมาผงาดบนลีกสูงสุดของเเดนซามูไรได้
โดย Ventforet Kofu นั้นก่อตั้งขึ้นมาจากศิษย์เก่าของโรงเรียนมัธยม โกฟุ ได-อิชิ ในปี ค.ศ.1965 โดยชื่อว่า Kakujo Club เเละเข้าร่วมการเเข่งขัน Japan Soccer League จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็น JSL Division 2 ในปี ค.ศ.1972 พวกเขาก็ยังร่วมลงเเข่งอย่างต่อเนื่องจนเจลีกก่อตั้งขึ้นมา โดยพวกเขายังคงเล่นอยู่ในลีกระดับล่าง จนในฤดูกาล 1995 พวกเขาเปลี่ยนชื่อมาเป็น เวนท์ฟอเรท โกฟุ เเละกว่าจะขยับขึ้นมาสู่เจทูก็เป็นในฤดูกาล 1999 เเละใช้เวลาอยู่ในระดับนี้เกือบ 10 ปี ก่อนที่ในฤดูกาล 2006 พวกเขาจะก้าวขึ้นไปเล่นในเจลีกได้สำเร็จ เเต่ก็อยู่ได้เพียงเเค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้นก็ตกไปสู่เจทูอีกเหมือนเดิม เเละคราวนี้ใช้เวลาก็ 3 ฤดูกาลก่อนที่จะกลับมาสู่เจลีกในฤดูกาล 2011 เเต่ก็เพียงเเค่ฤดูกาลเดียวก็หล่นไปสู่เจทูอีกเช่นเคยเเต่พวกเขาก็สามารถคว้าเเชมป์เจทูเเละกลับขึ้นมาเล่นในเจลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2013 จนถึงปัจจุบัน
สำหรับผลงานของ เวนท์ฟอเรท โกฟุ นั้นพวกเขาสามารถทำได้ดีที่สุดก็คือการคว้าเเชมแเจทูในฤดูกาล 2012 นอกจากนั้นพวกเขายังไม่สามารถทำผลงานได้ดีเท่าที่ควร เเม้จะเป็นในรายการฟุตบอลถ้วย ก็ตกรอบเเรกๆ เป็นส่วนใหญ่ ส่วนในรายการเล็กๆ ที่สามารถทำผลงานได้ดีก็อย่างเช่นการคว้าเเชมป์ Shakaijin Cup 1 ครั้งในฤดูกาล 1969 เเละคว้าเเชมป์ Kant? Soccer League 2 ครั้งในฤดูกาล 1969 เเละ 1970 เรียกว่ายังคงต้องควานหาความสำเร็จกันต่อไป
โดยขุมกำลังของ Ventforet Kofu นั้นมีผู้เล่นต่างชาติหลายรายอย่าง Marquinhos Paran?, Cristiano,Gilsinho, Irfan Bachdim เเละ Thiago Quirino โดยผนึกกำลังกับผู้เล่นชาวญี่ปุ่นอย่าง Kota Ogi, Kensuke Fukuda, Hideomi Yamamoto, Sho Sasaki, Katsuya Ishihara, Ryohei Arai, Takuma Abe, Akito Kawamoto, Masaru Matsuhashi, Takuma Tsuda, Hokuto Shimoda, Kohei Morita, Sho Inagaki, Daiki Matsumoto, Koki Wakasugi, Naoaki Aoyama, Shohei Abe, Yuki Hashizume เเละ Koki Mizuno ถือว่าเป็นอีกทีมที่น่าสนใจว่าจะสามารถดิ้นรนหนีการตกชั้นได้อีกหรือไม่
โดย เวนท์ฟอเรท โกฟุ นั้นมี Yamanashi Chuo Bank Stadium เป็นรังเหย้า โดยมันมีความจุ 17,000 ที่นั่ง โดยสร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1985 เเละมีการปรับปรุงอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 2005 ที่ป่านมา นับว่าเป็นสนามกลางเเจ้งอีกเเห่งที่สวยงามเเละตั้งอยู่ที่ โกฟุ

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Ventforet Kofu, เวนท์ฟอเรท โกฟุ

ประวัติสโมสรฟุตบอล Shimizu FC ( ชิมิสุ เอส-พัลส์ )

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเจลีก ซึ่งได้รับการกล่าวขานกันว่าเป็นลีกฟุตบอลที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย โดยมีหลายๆ สโมสรเข้าร่วมการแข่งขันจากทุกภูมิภาคของญี่ปุ่น แต่ก็มีอีหนึ่งสโมสรที่มีต้นกำเนิดมาจากคนในชุนชนอย่างแท้จริงจนพัฒนามาเป็นอีกสโมสรยักษ์ใหญ่ของเจลีก อย่าง ชิมิสุ เอส-พัลส์ ที่เรียกว่าเป็นอีกสโมสรที่ไม่เคยตกชั้นไปจากเจลีกเลยตั้งแต่เจลีกก่อตั้งขึ้นมา และเป็นอีกสโมสรของญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี

Shimizu S-Pulse
Shimizu S-Pulse ก่อตั้งขั้นในช่วงปี ค.ศ.1991 ในชื่อว่า Shimizu FC ซึ่งเริ่มแรกนั้นได้รับการสนับสนุนจากประชาชนและธุรกิจในท้องถิ่นของเมืองชิมิสุเอง ซึ่งเรียกว่ามีที่มาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับอีกหลายๆ ทีมในเจลีกที่ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทยักษ์ๆ เป็นผู้ก่อตั้ง และเพียงแค่ 6 เดือนหลังจากตั้งทีมขึ้นมาได้ พวกเขาก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น Shimizu S-Pulse โดยสำหรับตัว S นั้นมีความหมายถึง Shizuoka, Shimizu, Supporter และ Soccer ส่วนคำว่า Pulse นั้นหมายถึงจิตวิญญาณของผู้สนับสนุนทีมทุกคน และในปีเดียวกันนั้นเองพวกเขาก็ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อเข้าสู่เจลีก และสามารถทำได้สำเร็จ ทำให้พวกเขาได้แข่งขันในเจลีกตั้งแต่ฤดูกาล 1993 จนถึงปัจจุบันโดยไม่เคยตกชั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งนับเป็น 1 ใน 4 ทีมเท่านั้นของเจลีกที่มีสถิติแบบนี้
สำหรับผลงานของ ชิมิสุ เอส-พัลส์ นั้นแม้พวกเขาจะไม่เคยคว้าแชมป์เจลีกได้เลยก็ตามแต่ก็เคยได้แชมป์ในเลกแรกในฤดูกาล 1999 และมีเพียงแค่ 5 ฤดูกาลเท่านั้นที่จบฤดูกาลด้วยอันดับเลขสองตัว นอกจากนี้แล้วในผลงานของฟุตบอลถ้วย พวกเขาเข้าชิง J. League Cup ถึง 5 ครั้งและสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ 1 ครั้ง ส่วนในถ้วย Emperor’s Cup นั้นก็สามารถเข้าชิงชนะเลิศได้ 5 ครั้งและคว้าแชมป์มาครองได้ 1 ครั้ง ส่วนผลงานในระดับทวีปนั้น สามารถคว้าแชมป์ Asian Cup Winners Cup มาได้ 1 ครั้ง และครองที่ 3 อีก 1 ครั้ง พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศอีก 1 ครั้ง ส่วนในถ้วยเอเอฟซีแชมป์เปี้ยนลีกนั้นสามารถเข้าไปสู่รอบแบ่งกลุ่มก่อนจะตกรอบไปในฤดูกาล 2003 นับว่าเป็นอีกทีมจากแดนปลาดิบที่ทำผลงานได้อย่างดีในถ้วยเอเซีย
สำหรับขุมกำลังของ Shimizu S-Pulse ในยุคนี้นั้น พวกเขามีนักเตะต่างชาติอย่าง Lee Ki-Je, Calvin Jong-a-Pin, Milivoje Novakovi?, Dejan Jakovi? และ Bueno ส่งนนักเตะญี่ปุ่นนั้นก็มีทั้ง Masatoshi Kushibiki, Yasuhiro Hiraoka, Kota Sugiyama, Takuya Honda, Hideki Ishige, Shun Nagasawa, Genki Omae, Toshiyuki Takagi, Yuji Senuma, Ibuki Fujita, Mitsunari Musaka, Yosuke Kawai, Ryo Takeuchi, Kazuya Murata, Yoshiaki Takagi, Jumpei Takaki, Genta Miura, Satoru Kashiwase, Tomonobu Hiroi และ Yutaka Yoshida เรียกว่าเป็นขุมกำลังที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว
โดยรังเหย้าของ ชิมิสุ เอส-พัลส์ นั้นก็คือ IAI Stadium Nihondaira ที่มีควาจุ 20,339 ที่นั่ง เปิดใช้งานเมื่อปี ค.ศ.1991 โดยเป็นสนามกลางแจ้งอีกแห่งที่สวยงามและมีความทันสมัย โดยตั้งอยู่ที่เมืองชิมิสุ ในจังหวัดชิสึโอกะ ซึ่งนับว่าสนามแห่งนี้จะมีแฟนบอลของ ชิมิสุ เอส-พัลส์ เข้ามาชมเกมส์ในนัดเหย้าเต็มความจุของสนามทุกนัดเลยทีเดียว

เจลีก, ฟุตบอลลีกญี่ปุ่น, เอมเพอเรอร์คัพ, เจลีกคัพ, ซูเปอร์คัพ, เจลีก 2, เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก, เอเอฟซีคัพ, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก, Nabisco Cup, Emperor’s Cup, Shimizu S-Pulse, ชิมิสุ เอส-พัลส์